นายสกุล ณ นคร
ความเข้าใจของสังคมต่อความดีงามของคน สิ่งเหล่านี้เหมือนพินัยกรรม คือสิ่งที่ผมทำมาตลอดชีวิต 87 ปี
ประวัติ นายสกุล ณ นคร
นายสกุล ณ นคร เกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2464 อายุ 87 ปี เป็นชาว ภูเก็ต โดยกำเนิด นายสกุล ณ นคร แต่งงานกับ นารี ตันทอง เมื่อ พ.ศ.2487 มีบุตรชาย 3 คน คือนายชัยสิงห์ นายศักดิ์สิงห์ นายพงษ์สิงห์ บุตรี 2 คน คือ นางสาวสุนทรี และนางสาวนวลน้อย
คุณสกุล ณ นคร เข้ารับการศึกษาชั้นต้นจากโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา และโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยในจังหวัดภูเก็ต จนกระทั่งได้มีโอกาสศึกษาต่อ ในชั้น สูงขึ้นไปที่กรุงเทพมหานคร จบชั้น ม. 8 จากวังสมเด็จบูรพา และจบอาชีวะชั้นสูง จากโรงเรียนช่างกลปทุมวัน ตามลำดับ
นอกจากธุรกิจส่วนตัวแล้ว คุณสกุลยังได้อุทิศตัวทำงานเพื่อสังคม อาทิ เช่น เป็นสมาชิกสภาตำบลรัษฎา เป็นประธานองค์การบริหารส่วนตำบลรัษฎา เป็นกรรมการสร้างอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร เป็นอนุกรรมการ วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าภูเก็ตวิทยาลัย ทั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกยุวพุทธิกสมาคมภูเก็ต หลายสมัยจนกระทั่งถึง ปัจจุบันอีกด้วย รวมถึงผลงานด้านการเขียนบทความต่างๆ ทั้งในเชิงวิชาการ วิจารณ์ และล้อเลียนเสียดสีสังคมไว้มากมาย เช่น กรณีโรงงาน "แทนทาลัม" อนุสรณ์รัษฎาบุคลาธิษฐาน ธรรมาธิษฐาน น้ำลด-ตอผุด หิ่งห้อย จินตนาการ เรื่องเก่านำมาเล่าเทียบใหม่ เป็นต้น
เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสเข้าพบและสัมภาษณ์คุณสกุล ณ นคร ทำให้เราได้ทราบถึงชีวิตปัจจุบัน ทัศนคติ ข้อคิด รวมถึงคำแนะนำดีๆ มีประโยชน์ทั้งแก่คนรุ่นหลังและคนทำงานเพื่อชุมชน ซึ่งต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์จากคุณสกุล ณ นคร
ปัจจุบันชีวิตคุณสกุลเป็นอย่างไรบ้าง
ทุกวันนี้ผมก็อ่านหนังสือ แต่ก็ไม่ได้อ่านมากเพราะข้อจำกัดด้วยสายตาไม่ดี ตาพร่า ร่องน้ำตามีปัญหาต้องหยอดน้ำตาเทียม สุขภาพแข็งแรงดี มีโรคบ้างแต่ก็กายภาพบำบัดหายแล้ว ผมเป็นคนที่ดูแลตัวเองดี อย่างเรื่องชีวจิตของ ดร.สาทิส อินทรกำแหง ผมก็สนใจมาก ชื่นชมท่านตั้งแต่ ท่านเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามสมัย น้องสาวท่านก็เป็นศิษย์ท่านพุทธทาสเหมือนกัน
บุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิต
บุคคลที่ผมยึดถือที่สุดของที่สุดมีสามคน หนึ่งคือ นายปรีดี พนมยงค์ สอง ทางศาสนา คือ ท่านพุทธทาสภิกขุ สามเป็นนักหนังสือพิมพ์ สื่อมวลชนที่ไม่ทรยศ เอาความจริงมาเปิดเผยต่อสังคม คือคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์
คุณสกุลคิดว่าเทศบาลตำบลรัษฎาตอนนี้เป็นอย่างไร ควรจะพัฒนาด้านไหนอีกบ้าง
ความรู้สึกของผม ความเจริญเราหยุดยั้งมันไม่ได้ แต่หนึ่งเลยเรื่องความปลอดภัยของคนต้องมาก่อน ดูว่าทางม้าลายเข้าโรงเรียนมีหรือเปล่า แล้วปากซอย แต่ละปากซอยควรจะมีขาวแดงอย่างน้อย 10 เมตร ไม่อย่างนั้นรถที่ออกจากซอยก็จะมองไม่เห็น พวกป้ายโฆษณาหน้าปากซอยที่มันบดบังภูมิทัศน์ ควรจะ กำหนดที่ไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ใช่มาตั้งบดบังทางเข้าออกริมถนน เทศบาลจะต้องศึกษาเรื่องผังเมือง โซนนี้ทำอะไรโซนไหนทำอะไรรวมถึง การพัฒนาคน ควรให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน ให้รู้จักต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน ทุกวันนี้ชาวบ้านก็เดือดร้อนแต่ยังไม่กล้า ไปร้องเรียน มันยังมีเรื่องศักดินา ข้าราชการใช้กฎหมายเป็นโซ่ตรวน อมาตยาธิปไตย
คุณสกุลเห็นด้วยกับการที่เอาคนท้องถิ่นมาพัฒนาบ้านเกิดว่าคือสิ่งที่ดีที่สุด
มันควรจะเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่เราจะเป็นท้องถิ่นนิยมแบบสุดขั้ว เพราะคนท้องถิ่นที่เป็นคนทรยศต่อแผ่นดินก็มี แล้วคนที่มาอยู่นานๆ แล้วคิดว่าแผ่นดินนี้ มีบุญคุณกับเขามันก็มี เวลาเสวนากันก็ดูออก
อยากฝากอะไรถึงหน่วยงาน หรือสมาชิกเทศบาลตำบลรัษฎา
อยากให้ใกล้ชิดประชาชน ติดดิน ถ้าเราลองศึกษาดูพุทธประวัติดู พระพุทธเจ้าประสูติก็บนดิน ตรัสรู้ก็บนดิน ปรินิพพานก็บนดิน อยู่กับธรรมชาติ หรือหัวใจของการพัฒนาตามที่ในหลวงท่านดำรัสเอาไว้ คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ขอให้ติดดินพยายามแก้ปัญหาของชาวบ้าน คนรอบข้างต้องระวัง เพราะมีทั้งบวกทั้งลบ คนเสียหายเพราะคนรอบข้างมีมาเยอะแล้ว ให้มีชั้นเชิงในการฟังและกลั่นกรอง
สิ่งที่เป็นความภูมิใจในชีวิตของคุณสกุล
ก็เรื่องที่ได้รับการเสนอชื่อในงาน 100 ปี ปรีดี พนมยงค์ ว่าเป็นสามัญชนตัวอย่างของภูเก็ต
สิ่งที่อยากทำที่สุดในชีวิตนี้
ความเข้าใจของสังคมต่อความดีงามของคน สิ่งเหล่านี้เหมือนพินัยกรรม คือสิ่งที่ผมทำมาตลอดชีวิต 87 ปี ชีวิตเราเคาท์ดาวน์แล้ว นับถอยหลังแล้ว แล้วก็ผมยังอยากเขียนหนังสือมาก ถ้ามีเลขานุการที่ดีๆ สักคน เพราะชีวิตผมมีเรื่องที่น่าเขียน น่าบันทึกอีกเยอะ
จากบทสัมภาษณ์ จะเห็นได้ว่าแม้ในบั้นปลายของชีวิตนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ราษฎรอาวุโสตัวอย่างของชาวรัษฎา ชาวภูเก็ตคนนี้ ก็ยังคงมีจิตสาธารณะไม่เปลี่ยนแปลง ข้อคิดหลายอย่างที่ท่านฝากเอาไว้ หากคนรุ่นหลังอย่างเราๆ ไม่เพิกเฉยเสีย คงจะได้เอามายึดถือปฏิบัติกัน ก็จะยังประโยชน์แก่ท้องถิ่นที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเราไม่น้อย
กลับหน้าหลัก
|