นายวิจิตร ณ ระนอง
กับการผลักดันให้ภูเก็ต
เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่ยั่งยืน
คุณวิจิตร ณ ระนอง เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด จบการศึกษาจาก
คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจึงไปศึกษาต่อที่
ประเทศสหรัฐอเมริกา สำเร็จปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์ จาก
มหาวิทยาลัยเซาท์แคลิฟอเนีย นอกจากนี้แล้ว ท่านยังได้รับเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ ประกาศนียบัตร ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ อีกมากมาย
ในด้านสังคม คุณวิจิตร ณ ระนอง มีบทบาทในการ ช่วยพัฒนา
และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเราเป็นอย่างมาก ท่านเป็น
ผูร้ว่มกอ่ ตั้งสมาพันธธ์ุรกิจการทอ่งเที่ยวสว่นภูมิภาคแหง่ประเทศไทยขึ้นใน
ปี พ.ศ. 2527 พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสมาคม ชมรมทอ่ งเที่ยว
ในจังหวัดตา่งๆ ทั่วประเทศ กับอีกหลายโครงการที่ทา่นริเริ่มขึ้น เพื่อเพิ่ม
คุณภาพมาตรฐาน การบริการ และศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทย
ให้สูงขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและผลักดัน
ให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาด
การท่องเที่ยวทั่วโลก โดยการชักชวนผู้สร้างภาพยนตร์ “James Bond 007”
ให้มาถ่ายทำในบ้านเรา และเกือบ 10 ปีที่ท่านทุ่มเท เพื่อการรณรงค์ให้มีการ
ขยายสนามบิน เพื่อใหส้ ามารถรองรับเครื่องบินไอพน่ ได ้รวมไปถึงการผลักดัน
ให้บริษัทการบินไทยทำการบินมายังภูเก็ต ซึ่งถือเป็นการชักนำให้บริษัท
สายการบินชาติอื่นๆ เปิดเส้นทางบินมายังบ้านเราอีกเป็นจำนวนมาก
ด้วยเหตุที่คุณวิจิตร ณ ระนอง เป็นบุตรชายของคุณหญิง
กาญจนา ณ ระนอง ผู้ซึ่งอุทิศที่ดินของครอบครัวให้แก่มหาวิทยาลัย
ราชภัฏภูเก็ตในปัจจุบัน และท่านเองยังทำประโยชน์ให้แก่สังคมอีกมากมาย
ทั้งประวัติและแนวคิดที่น่าสนใจ ทำให้เราต้องนำเรื่องราวมานำเสนอในฉบับนี้
และจากการไปเยี่ยมเยือนสัมภาษณ์คุณวิจิตร ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งจากการพูด
คุยที่เรานำมาฝากคุณผู้อ่าน
ขุนเลิศโภคารักษ์คือบุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิต
“บุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิตก็ไม่ใช่คนไกลตัวเลย คือ
คุณตาของผมเอง ขุนเลิศโภคารักษ์ ท่านเป็นคนขยัน ซื่อสัตย์ รู้คุณคน
รักลูกน้อง เสียสละ และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ คุณตาของ
ผมชอบช่วยเหลือคนยากคนจน ด้วยเหตุที่ท่านเคยเป็นคนจน มาก่อน
ก็เลยสอนผมให้รู้จักเห็นใจคน เห็นคุณค่าของคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ลูกน้อง
หรือว่าจะเป็นผู้ที่ทำธุรกิจด้วยกัน ส่วนคุณหญิงกาญจนา คุณแม่ของผม
ท่านก็เป็นต้นแบบต่อมา และเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการช่วยเหลือสังคม
ด้วยแนวคิดเดียวกันกับคุณตา”
การเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่างทุกวัน
นี้คือความภูมิใจสูงสุดในชีวิต
“ผมกับเพื่อนๆ ได้ก่อตั้งสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตขึ้นมา
แล้วก็ได้ร่วมกันผลักดันให้รัฐบาลเห็นความสำคัญ และพัฒนาจังหวัดภูเก็ต
ของเรา ตั้งแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก จากเครื่องบินใบพัด จนกระทั่งออกมาเป็น
เครื่องบินเจ็ท ขยายสนามบิน การสื่อสารคมนาคม รวมไปถึงการตลาด
จนภูเก็ตเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ผมภูมิใจที่สุดแล้ว”
เมื่อภูเก็ตดีแล้ว ตัวเราก็ดีด้วย
“ผมอยากให้สังคมภูเก็ตเป็นเหมือนกับตอนที่ผมและเพื่อนๆ
ได้มาเริ่มก่อตั้งสมาคมกันในสมัยนั้น ทุกคนรักและหวงแหนภูเก็ตมาก
เราทำงานกันด้วยความรู้สึกที่ว่าอยากให้ภูเก็ตดี เมื่อภูเก็ตดีแล้วตัวเรา
ก็ดีด้วย ผมไม่อยากเห็นภูเก็ตที่ขาดความสงบปลอดภัย และไม่มีธรรมชาติ
ที่จะให้เราหวงแหนอีกต่อไป ภูเก็ตในอุดมคติของผม คือ ภูเก็ตที่มีธรรมชาติ
ที่สวยงามอยู่กับเราตลอดไป ให้ลูกหลานได้มีโอกาสใช้ประโยชน์จากความดี
และความมีคุณภาพของภูเก็ตทำมาหากิน แต่ปัจจุบันกลับเป็นไปในทิศทาง
ตรงกันข้าม สังคมใหญ่มากขึ้นและเต็มไปด้วยการแข่งขัน โดยไม่มีความ
พอเพียง ใครสาวอะไรได้ก็สาวเอา อยู่กันเพื่อวันนี้ ไม่ได้อยู่กันเพื่อวันพรุ่งนี้”
ภูเก็ตจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและสวยที่สุดของโลก ตลอดไป
“คนภูเก็ตเองรวมทั้งผู้ปกครองท้องถิ่นทั้งหลายน่าจะลุกขึ้นมา
ใช้ความเป็นคนท้องถิ่นและอารมณ์หวงแหน ช่วยกันคิดช่วยกันทำให้ภูเก็ต
อยู่กับเราตลอดไปในสภาพและภาพพจน์ที่ดี เพื่อเป็นมรดกตกทอดให้แก่
ลูกหลานของเรา เข้าใจว่าการพัฒนาจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่ก็ต้องเป็น
ไปในทางที่ดี ที่ถูกต้อง และยั่งยืน ไม่ใช่เติบโตแบบไม่แข็งแรง หรือเติบโต
แบบมีเชื้อโรค ภูเก็ตได้ใหˆอะไรกับเรามามากแล้ว ผมจึงอยากขอร้องให้ทุกคน
ตอบแทนภูเก็ตอย่างง่ายๆ เพียงแค่อย่าทำลายเท่านั้น ร่วมกันสร้างสังคมที่มี
ระเบียบ แล้วภูเก็ตก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และสวยที่สุดแห่งหนึ่ง
ของโลกตลอดไป นี่คือความใฝ่ฝันที่ผมอยากจะให้ภูเก็ตเป็น”
นับเป็นเวลา 30 กว่าปีแล้วที่คุณวิจิตร ณ ระนอง ทำงานเพื่อภูเก็ตของเรา
แล้วคุณผู้อ่านล่ะ ทำอะไรให้บ้านเกิดของท่านบ้างหรือยัง...
กลับหน้าหลัก
|